แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Bua แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Bua แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

Profile ของบัวค่ะ



จารุวรรณ สุริยวรรณ์ (บัว)

Jaruwan Suriyawan (Bua)

การศึกษา
1993 - 1997 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ค.บ.(การสอนวิชาเฉพาะ:ดนตรี) (เกียรตินิยมอันดับ 2)
1998 - 2001 มหาวิทยาลัยมหิดล
ศศ.ม.(ดนตรีศึกษา)

เกียรติประวัติ นักเรียนทุนของ The Associated Board of The Royal Schools of Music
ประสบการณ์ในสายอาชีพ
1991 - 1994 วงดุริยางค์เยาวชนไทย ตำแหน่ง นักเชลโล่
1994 - 1996 โรงเรียนดนตรีสยามกลการรัชดาภิเษก ตำแหน่งอาจารย์สอนเปียโน
1995 - 1998 โรงเรียนดนตรีโรบินสัน ตำแหน่งอาจารย์สอนเปียโน
1998 - 2000 วิทยาลัยนาฏศิลป กรมศิลปากร ตำแหน่งอาจารย์พิเศษ
2000 - 2001 โรงแรม Merchant Court ตำแหน่งนักเปียโน
2001 โรงแรมสุโขทัย ตำแหน่งนักเปียโน
2002 - 2003 ห้อง Tiara โรงแรมดุสิตธานี ตำแหน่งนักเปียโน
2003 - 2004 อาจารย์สอนเปียโนสถาบันดนตรี KPN
2003 - ปัจจุบัน - Accompanist สำหรับเครื่องดนตรีอื่นๆ
- อาจารย์สอนเปียโนและทฤษฎีดนตรีแก่บุคคลทั่วไป
2005 - 2008 โรงแรม Patumwan Princess ตำแหน่งนักเปียโน
2008 โรงแรม Centara Grand ตำแหน่งนักเปียโน


ผลงานทางวิชาการ
- เอกสารประกอบการสอน
จารุวรรณ สุริยวรรณ์. (2549). เอกสารประกอบการสอนรายวิชา 08-221-307
เคาน์เตอร์พอยท์ 1. อัดสำเนา
- หนังสือ
จารุวรรณ สุริยวรรณ์. (2549). แนวทางการสอนดนตรี. กรุงเทพฯ: บริษัททริปเพิ้ล กรุ๊ป จำกัด.


ตำแหน่งปัจจุบัน
: ผู้ช่วยศาสตราจารย์ คณะศิลปกรรมศาสตร์
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี
: นิสิตปริญญาเอก คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
: นักเปียโนประจำโรงแรม Grand Mercure Park Avenue

วันจันทร์ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552


KOTO (JAPANESE TRADITIONAL INSTRUMENT)

"Musical Instrument Museum" ณ Osaka

"Musical Instrument Museum" ณ Osaka


ตัวอย่างรูปภาพเครื่องดนตรีสวยๆที่ "Musical Instrument Museum" ณ Osaka







Piano ตัวนี้เป็นไฮไลท์ ของที่นี่ เพราะไม่ใช่ Grand Piano ธรรมดา มันเป็น Grand Piano ที่เล่นได้ทั้ง 2 ฟากเลย(สังเกตุว่ามีไม้โผล่มาเป็นที่วางหนังสือเพลงได้ 2 ด้าน ) มีไว้ให้เล่นพร้อมกัน 2 คน แต่สมัยนี้ไม่มีแล้วเพราะเค้าใช้ piano 2 ตัวชนกันแทน














Piano รูบร่างแปลกๆ ปกติแป้นคีย์ที่กดเปียโนด้านล่างจะเป็นสีขาว ด้านบนจะเป็นสีดำ แต่ Piano ตัวนี้ ด้านบนเป็นสีขาว ส่วนด้านล่างเป็นสีดำ



















เครื่องดนตรีหน้าตาดูแปลก









วิวัฒนาการ ของ Piano ที่ Musical Instrument Musem

Piano ที่มี pedal ตั้ง 5 อัน ????















ที่มา :http://www.pantip.com/cafe/blueplanet/topic/E4522973/E4522973.html และ

http://www.pantown.com/board.php?id=3168&area=1&name=board13&topic=53&action=view

วันพุธที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

เกียวโต (Kyoto)

เกียวโต (Kyoto)
เกียวโต นครแห่งนี้เป็นเมืองหลวงและที่ประทับของจักรพรรดิญี่ปุ่นมาเกือบ 1,100 ปี จำลองแบบจากนครฉางอันเป็นเมืองหลวงของจีนในสมัยราชวงศ์ถัง ปัจจุบันคือเมืองซีอาน โดยผังเมืองเป็นรูปสี่เหลี่ยม มีถนนตัดกันเป็นรูปตารางและยังคงปรากฎหลักฐานมาจนถึงปัจจุบัน เกียวโตคือสัญญลักษณ์ความเป็นประเพณีนิยมของญี่ปุ่น เป็นพิพิธภัณฑ์มีชีวิตที่เก็บรักษาศิลปวัฒนธรรมของญี่ปุ่นไว้ เป็นเมืองใหญ่อันดับ 7 ของญี่ปุ่น มีจำนวนประชากร 1,400,000 คน

สถานีเกียวโต (Kyoto Station)
ซึ่งใช้เวลาไม่ถึงสามชั่วโมง เมื่อเดินออกมาจากสถานีรถไฟ ก็จะได้เห็นสภาพเมืองเกียวโตแออัดจอแจเหมือนเมืองทั่วไปในญี่ปุ่น ส่วนสถานที่ท่องเที่ยวจะซ่อนตัวอยู่รายรอบด้านนอกกำแพงเมืองเก่าและตามถนนสายแคบ แม้ความเจริญทันสมัยจะรุกล้ำอย่างรวดเร็ว ทว่าก็ยังพบเห็นบ้านเรือนแบบเก่ามากมายตามตรอกแคบๆ

วัดซังจูซังเง็นโด (Sanjusangen-do)
ซึ่งใช้เป็นฉากถ่ายภาพกีฬายิงธนูบ่อยๆ วัดนี้จัดงานเทศกาลยิงธนูอันโด่งดังในวันที่ 15 มกราคมของทุกปี หลังคาวิหารมีความยาว 60 เมตร รองรับด้วยเสา 33 ต้น ผนังระหว่างเสามีซุ้มเว้าเข้าไป 33 ซุ้ม ภายในวิหารประดิษฐานพระโพธิสัตว์กวนอิมพันกร พร้อมเหล่าสาวกอีกหนึ่งพัน ซึ่งมีใบหน้าที่แตกต่างกันออกไป

คิโยมิซุเดระ (Kiyomizu-dera)
วัดซึ่งมีวิหารใหญ่ตั้งอยู่บนไหล่เขา รองรับด้วยเสาไม้มหึมา โดยระเบียงอันเป็นเวทีร่ายรำนั้นยื่นชะโงกเหนือหุบเหว วัดนี้มีอายุเก่าแก่กว่านครเกียวโต สร้างในปี ค.ศ. 788 ถวายแด่พระโพธิสัตว์กวนอิม 11 พักตร์ ด้านหลังวิหารใหญ่คือศาลเจ้าจิชู (Jishu) ซี่งเป็นศาลที่รู้จักกันดีที่สุดแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น เนื่องจากเป็นที่ประทับของเทพเจ้าแห่งความรักและความราบรื่นในชีวิตสมรส ที่ศาลเจ้านี้มีหินตาบอด (เมกูระอิชิ) ซึ่งห้ามเดินข้ามแต่ถ้าสาวๆจะเดินผ่านก้อนหินที่ขนาบสองข้างนั้นต้องหลับตา เชื่อกันว่าถ้าสามารถเดินท่องชื่อคนรักในใจไปได้ไกลถึง 20 เมตรแล้ว ความรักและชีวิตคู่ก็จะไปได้ตลอดรอดฝั่ง

ยาซากะจินจะ (Yasaka-jinja)
หรือมีอีกชื่อว่า งิอนซัง (Gion-san) เนื่องจากอยู่ใกล้ย่านงิอน มีซุ้มประตูสร้างด้วยหินแกรนิตสูง 9 เมตร จัดเป็นซุ้มประตูที่สูงที่สุดแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น ทางด้านหลังของศาลมีทางออกสู่สวนสาธารณะมารุยามะโคเอ็น ความงามของสวนและความตระการตาของซากุระช่วงต้นเมษายนของที่นี่เป็นที่รู้จักกันดี

เฮอันจิงงุ (Heian-jingu)
ศาลเจ้าแห่งนี้สร้างขึ้นในปี 1895 เพื่อเป็นอนุสรณ์ครบรอบปีที่ 1100 ของเกียวโต โดยอุทิศถวานแด่สมเด็จพระจักรพรรดิองค์แรกและองค์สุดท้ายของนครแห่งนี้ แบบจำลองมาจากพระราชวังอิมพีเรียลองค์เดิม มีลักษณะสถาปัตยกรรมแบบสมัยเฮอัน ซึ่งเป็นช่วงที่ได้รับอิทธิพลจากจีนสูงที่สุด

วัดนันเซนจิ (Nanzenji)
ซึ่งเป็นวัดเซนที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งในเกียวโตด้วย ภายในอารามประกอบด้วยโบสถ์กลาง และโบสถ์เล็ก 12 แห่ง โดยเปิดให้เข้าชมเพียง 4 แห่ง ภายในวัดคุณก็จะสัมผัสได้ถึงปรัชญาแห่งเซน เนื่องจากความกลมกลืนของหมู่สนกับสถาปัตยกรรมวัด ศิลปะการจัดสวนอย่างลงตัว สิ่งเหล่านี้โน้มใจผู้มองให้คล้อยตาม และมรคาแห่งปราชญ์ก็มาสิ้นสุดที่วัดงิงคะกูจิ (Ginkakuji) หรือวัดศาลาเงิน ซึ่งสร้างในปี 1489 โดยโชกุนอาชิคางะเอระ ชั้นแรกของวิหารใช้เป็นที่อยู่อาศัย มีลักษณะแบบชินเด็น ส่วนชั้นที่สองเป็นห้องบูชา เป็นพุทธศิบป์แบบจีน ภายในสวนมีเนินหินสีขาว สร้างขึ้นเพื่อให้จันทร์สะท้อนแสงอาบไล้ทั่วบริเวณ ตรงปีกตะวันออกเฉียงเหนือของวิหารก็จะได้พบกับห้องชงชาโบราณซึ่งจัดว่าเก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่น

ปราสาทนิโจโจ (Nijo-jo)
เริ่มสร้างโดยเจ้าเมืองโอดะ โนบุนางะ ในปี 1569 โชกุนโทกุงาวะ อิเอยะสุ ผู้เป็นมิตรได้สานต่อจนสำเร็จ ปราสาทแห่งนี้มีรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า กำแพงหินโอ่อ่า และห้องโถงสำหรับเจ้าเมืองเข้าเฝ้าโชกุนตกแต่งด้วยทองหรูหราสะท้อนถึงอำนาจโชกุนในสมัยเอโดะ ภายในปราสาทมีวังนิโนมารุ กระดานระเบียงเชื่อมหมู่อาคารของวังเป็นพื้น "นกไนติงเกล" เวลาเดินเหยียบพื้นจะมีเสียงดังเหมือนเสียงนกนี้
วัดคินคะคุจิ (Kinkakuji-วัดศาลาทอง)
ซึ่งรู้จักกันดีที่สุดในเกียวโต วิหารหุ้มด้วยทองคำมี 3 ชั้น โดยชั้นแรกมีลักษณะเป็นพระราชวัง ชั้นที่สองเป็นแบบบ้านซามูไร ส่วนชั้นที่สามเป็นแบบวัดเซน วัดแห่งนี้ล้อมรอบด้วยสระน้ำกว้างใหญ่ โอบล้อมด้วยแมกไม้ จึงมีทัศนียภาพที่งดงามยิ่ง

วัดเรียวอันจิ (Ryoan-ji)
ที่นี่มีสวนหินแบบเซนที่เรียกกันว่า คาเระซันซุย ซึ่งโด่งดังไปทั่วโลก สวนแห่งนี้คือภาพแอ็บสแตร็กซึ่งวาดด้วยโขดหินแทนน้ำหมึก หิน 15 ก้อน (มีก้อนหนึ่งซึ่งเราไม่มีวันมองเห็นได้ด้วยตา) บนผืนกรวดนั้นไม่มีใครหยั่งรู้ความหมายที่แท้จริงของมัน ได้แต่คาดเดากันไปต่างๆนานา หากมานั่งที่ระเบียงแล้วปล่อยใจให้ว่าง ความแห้งแล้งของภาพเบื้องหน้าจะนำพาความเวิ้งว้างไร้ที่สิ้นสุดมาสู่คุณ กล่าวกันว่าเป็นการยกระดับจิตเข้าสู่ภาวะแห่งเซน
ย่านเก่ากิอน (Gion)
เป็นย่านเริงรมย์หรือถิ่นเกอิชาชื่อกระฉ่อนของเกียวโต ในเกียวโตเรียกเกอิชาว่า "ไมโกะ หรือ เกโกะ" สมัยโบราณคำว่าเกอิชาในเมืองเกียวโตหมายถึงผู้ให้ความบันเทิงซึ่งเป็นชายแต่แต่งกายเป็นหญิง แต่ในเมืองโตเกียวและโอซาก้าคำนี้หมายถึงผู้ให้ความบันเทิงที่เป็นหญิง ไมโกะเป็นเด็กรุ่นสาวอายุราว 16 ปี ตรงเอวรัดผ้าแถบยาวเรียก โอบิ (obi) อันเป็นลักษณะเฉพาะ พออายุได้ 21 ปีก็ขยับฐานะไปเป็นเกโกะ แต่งชุดกิโมโนประดับประดาเต็มที่
ที่มา : http://www.nicevisiontravel.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=472014&Ntype=777

โอซาก้า (Osaka)

โอซาก้า (Osaka)
โอซาก้า เป็นเมืองธุรกิจที่สำคัญและมีการเจริญเติบโตอย่างยาวนาน โอซาก้าได้รับสมญานามมากมาย อาทิเช่น เมืองแห่งสายธาร เพราะเต็มไปด้วยแม่น้ำลำคลอง หรือจะเป็นนครพันสะพาน เนื่องจากมีสะพานเกือบพันแห่ง แม่น้ำและสะพานเหล่านี้เป็นเส้นทางขนส่งสินค้าและวัตถุดิบเข้าออกโอซาก้า ซึ่งเป็นประตูส่งออกที่สำคัญของญี่ปุ่น

จุดท่องเที่ยวต่างๆได้แก่
สถานีรถไฟโอซาก้า (Osaka Station)
โอซาก้ามีระบบขนส่งรถไฟและรถไฟใต้ดินขนาดใหญ่ จึงทำให้เดินทางเที่ยวชมได้อย่างสะดวกสบาย สถานีในอุเมดะ รถไฟส่วนใหญ่ยกเว้นชินคังเซ็น จะวิ่งมาถึงสถานีนี้ ใต้สถานีรถไฟใต้ดินขนาดใหญ่มีแหล่งชอปปิ้งถึงสามช่วงสถานีรถไฟให้เดินสำรวจกันจนเมื่อย แหล่งตรงนี้เต็มไปด้วยห้างสรรพสินค้า โรงแรม ร้านค้า และร้านอาหารมากมายนับไม่ถ้วนเชื่อมต่อถึงกันหมด

เกาะนาคาโนะชิมะ (Nakanoshima)
เป็นที่ตั้งของหน่วยงานราชการและบริษัทสำคัญๆรายใหญ่ของโอซาก้า


พิพิธภัณฑ์เซรามิกแห่งตะวันออก (Museum of Oriental Ceramics)
ซึ่งจัดแสดงเครื่องถ้วยชามกระเบื้องจากจีนและเกาหลีของอาตากะอันเป็นที่รู้จักกันดี


สวนสาธารณะนาคาโนะชิมะโคเอ็น (Nakanoshima Koen)
มีสวนกุหลาบและต้นหลิวให้ชมทั้งสองข้างทาง

ธนาคารกลางญี่ปุ่น (Bank of Japan)


ถนนชินไซบาชิ (Shinsaibashi)
ถนนย่านชอบปิ้งชั้นนำของโอซาก้าที่ทอดยาวต่อเนื่องไปทางใต้ จนถึงห้างทาคาชิมายะและสถานีรถไฟนัมบะ แถบนี้เป็นจุดที่น่าหลงใหลที่สุดอีกแห่งหนึ่ง เพราะมีย่านบันเทิง โคตมโบริ (Dotonbori) ตั้งอยู่ ถนนชินไซบาชิมาสิ้นสุดที่คลองโดตมโบริอันเป็นจุดเริ่มต้นของถนนเอบิซุซุจิ (Ebisusuji) ตรงบริเวณนี้ถ้ามองไปทางซ้ายจะเห็นตึก คิรินพลาซ่าบิลดิ้ง (Kirin Plaza Building)
สถานีรถไฟนัมบะ (Namba Station)
อยู่ห่างจากโดงุยะซุจิเพียงสองช่วงตึก มีนัมบะซิตี้ (Namba City) และเรนโบว์ทาวน์ เป็นอาเขตชอปปิ้งใต้ดินขนาดใหญ่มีรถไฟใต้ดินสำคัญสามสายวิ่งผ่าน และยังเป็นจุดต่อรถไปสนามบินนานาชาติคันไซสะดวกที่สุดแห่งหนึ่ง โดยมีรถไฟเจอาร์เวสต์และสายนังไกวิ่งจากสถานีนัมบะไปยังสนามบิน
ปราสาทโอซาก้าโจ (Osaka-jo)
เป็นจุดที่มีผู้ไปเยือนมากที่สุดแห่งหนึ่งของเมือง โดยเดินไปตามบาทวิถีจนถึงปลายเกาะนาคาโนะชิมะด้านตะวันออก แล้วเดินไปทางเหนือข้ามสะพานเท็นจินบาชิ (Tenjin-bashi) ตรงป้อมตำรวจ แล้วเดินขึ้นไปทางเหนืออีกจะพบ ศาลเจ้าเท็มมังงุจิงงุ (Tenmangu Jingu) ซึ่งสร้างถวายเทพแห่งความรู้ เมื่อเดินตามบาทวิถีริมแม่น้ำราวหนึ่งกิโลเมตร ก็จะถึงโรงกษาปณ์โอซาก้า (Osaka mint) และพิพิธภัณฑ์เหรียญกษาปณ์ จากนั้นข้ามสะพานคาวาซากิบาชิ (Kawasaki-bashi) ไปยังปราสาทโอซาก้าโจที่อยู่ข้างหน้า ปราสาทแห่งนี้เป็นสัญลักษณ์ของสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นได้กับโอซาก้าในกาลข้างหน้า หอคอยปราสาทผงาดเหนืออุทยานกว้างและกำแพงหิน เป็นการจำลองแบบจากของเดิมที่สร้างโดย โตโยะโตมิ ฮิเดโยชิ เมื่อปี 1585 ปราสาทมหึมาหลังนี้สร้างเสร็จโดยใช้เวลาสามปี โดยระดมคนจำนวนหลายหมื่นมาก่อสร้าง
โอซาก้าบิสซิเนสปาร์ก (Osaka Business Park)
อยู่ใกล้กับปราสาท เป็นอีกที่หนึ่งที่น่าสนใจเข้าไปชมเพื่อดูว่าอนาคตของโอซาก้าน่าจะเป็นเช่นไร นักวางแผนธุรกิจต้องการให้ที่นี่เป็นศูนย์กลางสำคัญแห่งหนึ่งของโอซาก้า ภายในบริเวณมีตึกระฟ้า โรงหนัง ศูนย์ชอปปิ้ง ร้านอาหาร และโรงแรมนิวโอตานิ (New Otani Hotel)
อุเมดะ สกายบิลดิ้ง (Umeda Sky Building)
เป็นอีกจุดหนึ่งที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยว ด้วยตึกที่สูงถึง 173 เมตร ท่านสามารถชมพระอาทิตย์ตกดิน และบรรยากาศรอบๆเมืองที่งดงามได้ที่นี่ บนดาดฟ้าของตึกซึ่งเป็นจุดที่สามารถชมความงามของเมืองโอซาก้าได้อย่างชัดเจน ที่ชั้น 39 ของตัวอาคารจะมีสวนลอยฟ้า (Floating Garden) ที่เปิดให้เข้าชมโดยเสียค่าธรรมเนียม 700 เยน ที่ชั้นล่างสุดของตัวอาคาร ท่านจะได้พบกับตลาด Takimi Koji ที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันอย่างดี
ที่มา : http://www.nicevisiontravel.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=472102&Ntype=777