แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ดูงานประเทศญี่ปุ่น แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ดูงานประเทศญี่ปุ่น แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2552

Kiyomizu Temple

Kiyomizu Temple


วัดคิโยะมิซึ (「清水寺」, Kiyomizudera, 清水寺?) ตั้งอยู่ทางตะวันออกของจังหวัดเกียวโตะ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของจังหวัด ประวัติของวัดย้อนหลังไปได้ถึงปี 798 แต่อาคารต่างๆที่เห็นในปัจจุบันถูกสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2176 ชื่อของวัดซึ่งมีความหมายว่าน้ำบริสุทธิ์ มีที่มาจากน้ำตกที่ไหลผ่านเนินเขาลงมาบริเวณวัด เมื่อวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2549 วัดคิโยะมิซึได้รับการเสนอชื่อเข้าร่วมพิจารณาคัดเลือกให้เป็น7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่ และอาคารหลักของวัดนี้ยังได้รับคัดเลือกให้เป็นหนึ่งในสมบัติประจำชาติญี่ปุ่นอีกด้วย


อาคารหลักของวัดคิโยะมิซึเป็นที่รู้จักจากระเบียงขนาดใหญ่สูง 13 เมตร มีเสาไม้กว่าร้อยต้นรองรับ สร้างยื่นออกจากด้านข้างของเนินเขา จากระเบียงนี้สามารถมองเห็นทิวทัศน์ที่สวยงามของเมืองเกียวโตะได้ วลีที่กล่าวว่า "กระโดดจากระเบียงวัดคิโยะมิซึ" มีความหมายพ้องกับคำกล่าวในภาษาอังกฤษที่ว่า "To take the plunge" ซึ่งหมายความว่า ตัดสินใจกะทันหัน หรือกล้าตัดสินใจ วลีนี้มีที่มาจากความเชื่อในสมัยเอะโดะ ที่ว่า หากผู้ใดสามารถกระโดดจากระเบียงวัดแล้วสามารถรอดชีวิตได้ ความปรารถนาของผู้นั้นจะสัมฤทธิ์ผลทิวทัศน์เมืองเกียวโตะ มองจากระเบียงวัดคิโยะมิซึ คำอธิบายที่น่าจะเป็นไปได้ในการรอดชีวิตจากการกระโดดระเบียงคือ ด้านล่างของระเบียงมีต้นไม้ขึ้นอยู่หนาแน่น ซึ่งอาจจะชะลอแรงจากการตกได้บ้าง ในปัจจุบันทางวัดห้ามมิให้มีการกระโดดระเบียง แต่ในสมัยเอโดะมีการบันทึกไว้ว่า มีผู้มากระโดดถึง 234 คน และรอดชีวิตได้คิดเป็นร้อยละ 85.4 ของทั้งหมดข้างใต้อาคารหลักคือ น้ำตกโอตะวะ ซึ่งเป็นสายน้ำ 3 สายไหลลงสู่บ่อน้ำ ผู้มาเยี่ยมชมวัดมักจะมาดื่มน้ำจากน้ำตกนี้ด้วยถ้วยโลหะ ด้วยความเชื่อว่าสามารถบำบัดรักษาโรคภัยไข้เจ็บได้ และยังเชื่อกันว่าการดื่มน้ำจากสายน้ำตกทั้ง 3 นี้ มีความหมายถึงสุขภาพ อายุยืนยาว และความสำเร็จในการศึกษาภายในบริเวณวัดเป็นที่ตั้งของศาลเจ้าอื่นๆจำนวนมาก ที่เป็นที่รู้จักดีคือศาลเจ้าจิชู (Jishu-jinja) ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อสักการะเทพโอะคุนินุชิโนะ มิโกะโตะ (Okuninushino Mikoto) เทพแห่งความรักและเนื้อคู่ ภายในศาลเจ้ามี"ก้อนหินแห่งความรัก" 2 ก้อน ตั้งอยู่ห่างกัน 18 เมตร เชื่อกันว่า หากสามารถหลับตาเดินจากก้อนหินก้อนหนึ่งไปยังอีกก้อนหนึ่งได้ จะสมปรารถนาใน ความรัก

วัดคิโยะมิซิเป็นสถานที่ที่มีผู้มาเยี่ยมชมมากที่สุดแห่งหนึ่งของจังหวัด จึงมีพ่อค้านำสินค้ามาขายในบริเวณวัดมากมาย สินค้าส่วนใหญ่จะเป็นเครื่องราง เครื่องหอม ธูป เทียน หรือกระดาษเสี่ยงทายโชคชะตา


(ข้อมูลโดย กลุ่มดนตรี)

Kyoto Art Center

Kyoto Art Center

Kyoto National Museum of Modern Art

Kyoto National Museum of Modern Art

Todaiji Temple

Todaiji Temple

วัดโทได (「東大寺」, Todai-ji, 東大寺?) เป็นวัดพุทธในเมืองนะระ ประเทศญี่ปุ่น หอไดบุทสึ (Daibutsuden) ที่ตั้งอยู่ในบริเวณวัดได้รับการบันทึกว่าเป็นอาคารไม้ที่ใหญ่ที่สุดในโลก เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปไดบุสึขนาดใหญ่หล่อจากบรอนซ์ นอกจากนี้ วัดนี้ยังเป็นศูนย์กลางของโรงเรียนศาสนาในสายเคงอนอีกด้วย วัดนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในทะเบียนเดียวกับวัด ศาลเจ้า และสถานที่สำคัญอื่นๆอีก 7 แห่งในเมืองนะระ ประวัติเมื่อครั้งแรกเริ่มสร้าง ในสมัยเทมเปียว มีผู้ประสบภัยจากภัยธรรมชาติและโรคระบาดอยู่เป็นจำนวนมาก จนกระทั่งปี พ.ศ. 1286 จักรพรรดิโชมุได้ทรงประกาศว่า ประชาชนควรจะร่วมกันสร้างพระพุทธรูปขึ้นเพื่อปกป้องตนเองจากภัยพิบัติ เนื่องจากทรงมีความเชื่อว่าพระพุทธรูปจะช่วยคุ้มครองประชาชนได้ ตามบันทึกที่เก็บรักษาอยู่ในวัดโทไดได้กล่าวว่า มีคนมาช่วยสร้างพระพุทธรูปและหอที่ประดิษฐานมากกว่า 2,600,000 คน การสร้างพระพุทธรูปเริ่มต้นครั้งแรกที่เมืองชิงะระกิ

แต่หลังจากเกิดเหตุเพลิงไหม้และแผ่นดินไหวจนมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก ก็ได้ย้ายสถานที่สร้างมายังเมืองนะระใน พ.ศ. 1288 และสร้างเสร็จสมบูรณ์ใน พ.ศ. 1294 ต่อมาใน พ.ศ. 1295 ได้มีการจัดพิธีเบิกพระเนตรเพื่อฉลองพระพุทธรูปองค์ใหม่ โดยมีพระภิกษุชาวอินเดียชื่อว่า Bodai-senna เป็นผู้ประกอบพิธี ตามบันทึกมีผู้มาร่วมพิธีราว 10,000 คน หลังจากนั้นจักรพรรดิโชมุได้ทรงประกาศให้วัดโทไดเป็นวัดประจำจังหวัดยะมะโตะ และเป็นศูนย์กลางของวัดทั่วอาณาจักร การก่อสร้างขึ้นใหม่หลังสมัยนะระ พระพุทธรูปไดบุสึถูกสร้างขึ้นใหม่หลายครั้งโดยเหตุผลต่างๆกัน รวมทั้งความเสียหายจากเหตุแผ่นดินไหว และมีการสร้างขึ้นใหม่ 2 ครั้งที่มีสาเหตุจากเหตุเพลิงไหม้ โดยพระหัตถ์ทั้งสองข้างที่เห็นในปัจจุบันนี้สร้างขึ้นในสมัยโมะโมะยะมะ (พ.ศ. 2111-2158) พระเศียรในปัจจุบันนี้ถูกสร้างขึ้นในสมัยเอโดะ (พ.ศ. 2158-2410) และหอที่ประดิษฐานในปัจจุบันนี้สร้างเสร็จสมบูรณ์เมื่อ พ.ศ. 2252 โดยมีขนาดเล็กกว่าอาคารหลังเดิมราว 30% เดิมทีในบริเวณวัดจะมีเจดีย์สูง 100 เมตรอยู่คู่หนึ่ง ซึ่งจัดว่าเป็นอาคารที่สูงที่สุดในโลกในยุคหลังจากการสร้างพีระมิด แต่ได้พังทลายลงเนื่องจากแผ่นดินไหว ข้อมูลทั่วไปของพระพุทธรูป พระพุทธรูปไดบุทสึที่วัดโทได ความสูงทั้งองค์ : 14.98 เมตร ความสูงของพระพักตร์ : 5.33 เมตร ความยาวของพระเนตร : 1.02 เมตร ความกว้างของพระนาสิก : 0.5 เมตร ความยาวของพระกรรณ : 2.54 เมตร น้ำหนักรวม : 500 ตัน

(ข้อมูลโดย กลุ่มดนตรี)

ศิลปะและพิธีชงชา


ศิลปะและพิธีชงชา

Tanpopo-no-ye

Tanpopo-no-ye





Cultural Economics of Japan and Culture of Three Cities : Osaka, Kyoto and Kobe

Cultural Economics of Japan and Culture of Three Cities: Osaka, Kyoto and Kobe

The Art of Koto Music in Contemporary Japan

The Art of Koto in Contemporary Japan

Outenin'n Temple

Outenin'n Temple

Bunraku Theatre

Buraku Theatre






เข้าดูงานที่ บูรากุ เธียเตอร์
การแสดงบูรากุจะมีลักษณะคล้ายกับการแสดงคาบูกิ แต่สิ่งที่แตกต่างกันคือ แสดงด้วยหุ่นที่เชิดด้วยคน 3 คน กับการแสดงโดยคนหรือนักแสดง  บุคคลที่สำคัญคือผู้ขับร้องบทที่ดำเนินเรื่อง ให้การเชิดหุ่นเป็นไปตามบท และใช้เครื่องดนตรีประกอบคือ ซามิเซน โดยเป็นเครื่องดนตรีที่กำหนดจังหวะให้กับผู้ร้อง และ ผู้เชิดหุ่น โดยจะทำให้มีขนาดใหญ่กว่าซามิเซนทั่วไป
หุ่นของที่นี่มีประมาณ 40 ชนิด โดยตัวละครตามบทนั้นมีไม่ถึง แต่สร้างเพื่อให้มีความแตกต่างของหน้าตา และบทบาทให้มีความหลากหลายในเรื่องโดยทั่วไปหน้าตาของหุ่น จะมีหน้าเดียวแต่สามารถขยับตา คิ้ว ปากได้

National Museum of Osaka

National Museum of Osaka

วันอาทิตย์ที่ 15 มีนาคม 2552